วิธีปรับปรุงการหยิบสินค้าในคลังโดยไม่ต้องใช้ WMS
ระบบบริหารคลังสินค้า (WMS) ให้ความสามารถที่ทรงพลังสำหรับการควบคุมสต็อก การเติมสินค้า การตรวจสอบย้อนกลับ การทำงานหลายสาขา และการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ
แต่คลังสินค้าขนาดเล็กทุกแห่งจำเป็นต้องติดตั้ง WMS เต็มรูปแบบก่อน จึงจะปรับปรุงประสิทธิภาพการหยิบสินค้าได้จริงหรือ
ไม่จำเป็นเสมอไป
สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ผู้ค้าส่ง ร้านอีคอมเมิร์ซ ผู้กระจายสินค้าอาหาร และทีมจัดส่งในพื้นที่จำนวนมาก ปัญหาเฉพาะหน้ากลับง่ายกว่านั้นมาก
ข้อมูลคำสั่งซื้ออยู่ใน Excel อยู่แล้ว แต่พนักงานคลังยังต้องทำงานจากใบรายการหยิบสินค้าที่พิมพ์ออกมา
ในสถานการณ์แบบนี้ การปรับปรุงการหยิบสินค้าไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนระบบเดิมทั้งหมด
ก้าวแรกที่ใช้งานได้จริงกว่าคือการปรับปรุง วิธีที่ข้อมูลคำสั่งซื้อเดินทางไปถึงหน้างาน และ วิธีที่พนักงานทำงานหยิบสินค้าแต่ละรายการให้เสร็จ
ทำไม WMS เต็มรูปแบบอาจไม่ใช่ก้าวแรก
WMS มีคุณค่ามากเมื่อการทำงานของคลังต้องการความสามารถอย่างเช่น
- การจัดการสต็อกแบบเรียลไทม์
- กฎการเติมสินค้า
- การตรวจสอบย้อนกลับตามล็อตหรือหมายเลขซีเรียล
- การจัดการวันหมดอายุ
- คลังสินค้าหลายแห่ง
- สิทธิ์ผู้ใช้ที่ซับซ้อน
- การเชื่อมต่อกับ ERP
- หรือการประสานงานหลายคนในระดับใหญ่
แต่คลังขนาดเล็กจำนวนมากยังไม่ได้ติดขัดที่เรื่องเหล่านั้น
ขั้นตอนประจำวันของพวกเขาอาจยังเป็นแบบนี้
Excel
↓
พิมพ์ใบรายการหยิบสินค้า
↓
ถือกระดาษเดินทั่วคลัง
↓
ตรวจนับจำนวนด้วยมือ
↓
เขียนหมายเหตุหรือแก้ไขด้วยลายมือ
↓
กลับมาที่สำนักงาน
↓
อัปเดตข้อมูลอีกครั้ง
จุดที่เสียประสิทธิภาพมากที่สุดอาจไม่ใช่ "การไม่มี WMS"
มันอาจเป็นเพียงช่องว่างระหว่าง ข้อมูลคำสั่งซื้อแบบดิจิทัล กับ การทำงานจริงหน้างานที่ยังอิงกระดาษ
หากคลังของคุณยังลังเลว่าถึงเวลาเลิกใช้ใบพิมพ์แล้วหรือยัง ลองดูการเปรียบเทียบ การหยิบสินค้าด้วยกระดาษกับการหยิบสินค้าแบบดิจิทัล
เริ่มจากการหาว่าอะไรทำให้การหยิบสินค้าช้าจริง ๆ
ก่อนจะนำระบบคลังใหม่เข้ามา ลองสังเกตว่าพนักงานทำอะไรบ้างระหว่างหยิบสินค้า
ปัญหาที่พบบ่อยได้แก่
- ก้มดูกระดาษที่พิมพ์มาซ้ำแล้วซ้ำอีก
- ตามหาสินค้าหรือตำแหน่งถัดไป
- ตรวจชื่อสินค้าและจำนวนหลายรอบ
- ทำงานจากใบพิมพ์เก่าหลังจากไฟล์ Excel เปลี่ยนไปแล้ว
- เขียนกรณีสินค้าขาดหรือข้อยกเว้นด้วยลายมือ
- เดินไปทั่วคลังตามลำดับที่ไม่มีประสิทธิภาพ
- และคีย์ผลลัพธ์ซ้ำหลังหยิบสินค้าเสร็จ
ทั้งหมดนี้คือปัญหาของขั้นตอนการทำงาน
และหลายข้อสามารถแก้ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิธีจัดการคำสั่งซื้อทั้งระบบ
ขั้นที่ 1: เก็บ Excel ไว้ ถ้ามันยังทำงานได้ดี
เวลาพูดถึงการทำคลังให้เป็นดิจิทัล Excel มักถูกมองว่าเป็นสิ่งแรกที่ต้องถูกแทนที่
ซึ่งไม่จำเป็นเสมอไป
ถ้าธุรกิจใช้ Excel ในการรวบรวม จัดเตรียม หรือจัดการข้อมูลคำสั่งซื้ออยู่แล้ว Excel ก็ยังเป็นแหล่งข้อมูลนั้นต่อไปได้
คำถามที่สำคัญกว่าคือ
คลังยังต้องพิมพ์ข้อมูลนั้นลงกระดาษก่อนเริ่มงานอยู่หรือเปล่า
แทนที่จะเป็น
Excel → พิมพ์ → กระดาษ → หยิบสินค้า
ขั้นตอนดิจิทัลแบบเบา ๆ อาจกลายเป็น
Excel → อุปกรณ์มือถือ → หยิบสินค้า
ธุรกิจจึงปรับปรุงการทำงานหน้างานได้โดยไม่ต้องรื้อกระบวนการฝั่งสำนักงานทั้งหมดในทันที
อ่านแนวทางนี้แบบละเอียดได้ที่ ไม่ต้องเลิกใช้ Excel แค่เลิกใช้กระดาษในพื้นที่หยิบสินค้า
ขั้นที่ 2: ส่งข้อมูลคำสั่งซื้อตรงถึงหน้างาน
เมื่อข้อมูล Excel หรือ CSV ส่งตรงเข้าอุปกรณ์มือถือได้ ขั้นตอนการหยิบสินค้าก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
พนักงานไม่ต้องพึ่งใบพิมพ์เพื่อรู้ว่างานถัดไปคืออะไรอีกต่อไป
ขั้นตอนอย่างง่ายอาจเป็นแบบนี้
Excel / CSV
↓
นำเข้าคำสั่งซื้อ
↓
สร้างชุดงาน
↓
เริ่มหยิบสินค้า
↓
ปิดชุดงาน
วิธีทำลูกศรแรกอธิบายไว้ในบทความ วิธีเปลี่ยนรายการคำสั่งซื้อใน Excel ให้เป็นขั้นตอนการหยิบสินค้า
เป้าหมายไม่ใช่การทำให้โทรศัพท์กลายเป็นกระดาษแผ่นเล็กลง
เป้าหมายคือให้อุปกรณ์นำทางการทำงานอย่างจริงจัง
ไฟล์ PDF ที่เปิดบนโทรศัพท์โดยพื้นฐานก็ยังเป็นแค่เอกสารดิจิทัล ส่วนขั้นตอนการหยิบสินค้าแบบดิจิทัลนั้นจัดลำดับงานได้ ติดตามความคืบหน้าได้ แสดงรายการถัดไปได้ และบันทึกการทำงานเสร็จได้ในขณะที่งานกำลังดำเนินอยู่
ขั้นที่ 3: จัดงานให้เป็นชุด
การหยิบสินค้าจากรายการคำสั่งซื้อยาว ๆ ทีเดียวทั้งหมดทำให้สับสนได้ง่าย
การสร้างชุดงานทำให้แต่ละวันมีหน่วยงานที่ชัดเจนขึ้น ธุรกิจอาจสร้างชุดงานสำหรับการส่งของช่วงเช้า สำหรับลูกค้ากลุ่มหนึ่ง สำหรับรอบจัดส่งหนึ่งรอบ หรือสำหรับสินค้ากลุ่มหนึ่ง
เมื่อจัดคำสั่งซื้อเป็นชุดแล้ว คลังก็เลือกวิธีทำงานที่ตรงกับสภาพจริงหน้างานได้
สองแนวทางที่พบบ่อยคือ การหยิบสินค้า และ วางสินค้า
การหยิบสินค้า
ในโหมดการหยิบสินค้า พนักงานจะโฟกัสที่ลูกค้าหรือคำสั่งซื้อรายเดียว แล้วรวบรวมสินค้าทั้งหมดของลูกค้ารายนั้น
ลูกค้า A
├─ สินค้า 1
├─ สินค้า 2
└─ สินค้า 3
ลูกค้า B
├─ สินค้า 1
└─ สินค้า 4
แนวทางนี้เหมาะเมื่อจำเป็นต้องปิดคำสั่งซื้อทีละราย
วางสินค้า
ในโหมดวางสินค้า พนักงานจะโฟกัสที่สินค้าหนึ่งชนิด แล้วกระจายสินค้านั้นไปยังลูกค้าหรือจุดส่งหลายราย
สินค้า 1
├─ ลูกค้า A
├─ ลูกค้า B
└─ ลูกค้า C
สินค้า 2
├─ ลูกค้า A
└─ ลูกค้า C
วางสินค้าเหมาะกับการซื้อรวมกลุ่ม การกระจายสินค้าอาหาร การค้าส่ง และขั้นตอนที่ต้องแบ่งสินค้าชนิดเดียวกันไปยังหลายคำสั่งซื้อ
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าแบบไหนดีกว่าเสมอ แต่การทำให้เป็นดิจิทัลช่วยให้จัดเรียงข้อมูลคำสั่งซื้อชุดเดิมใหม่ได้ตามวิธีที่งานเกิดขึ้นจริง
ขั้นที่ 4: ทำให้ลำดับการหยิบสินค้าตรงกับคลัง
การเปลี่ยนจากกระดาษเป็นโทรศัพท์ไม่ได้ทำให้การหยิบสินค้ามีประสิทธิภาพขึ้นโดยอัตโนมัติ
สมมติว่าไฟล์ Excel เรียงสินค้าไว้แบบนี้
สินค้า A
สินค้า B
สินค้า C
สินค้า D
แต่ผังคลังจริงกลับเป็น
A → D → B → C
ถ้าพนักงานเดินตามลำดับแถวใน Excel พวกเขาก็ยังต้องเดินกลับไปกลับมาโดยไม่จำเป็น
นี่คือเหตุผลว่าทำไมลำดับการหยิบสินค้าและการจัดเส้นทางจึงสำคัญ
ขั้นตอนดิจิทัลที่ดีกว่าควรให้ลำดับงานสะท้อนตำแหน่งจัดเก็บ ผังชั้นวาง ลำดับสินค้า ลำดับลูกค้า หรือเส้นทางเดินในคลังที่คุ้นเคย
ให้พนักงานเดินตามคลัง ไม่ใช่เดินตามสเปรดชีต
แม้จะยังไม่มี WMS เต็มรูปแบบ เพียงแค่ปรับลำดับงานก็ช่วยลดการเดินที่ไม่จำเป็นและทำให้งานซ้ำ ๆ เบาลงได้
ขั้นที่ 5: ให้พนักงานโฟกัสที่ตัวสินค้า
การหยิบสินค้าด้วยกระดาษแย่งความสนใจของคนทำงานอยู่ตลอดเวลา
มองกระดาษ
→ หาสินค้า
→ มองกระดาษอีกครั้ง
→ ตรวจจำนวน
→ หยิบสินค้า
→ ทำเครื่องหมายบนกระดาษ
→ หาแถวถัดไป
ขั้นตอนบนโทรศัพท์ตัดบางขั้นออกไป ส่วนคำสั่งเสียงตัดออกได้มากกว่านั้นอีก
ตำแหน่งจัดเก็บ
→ สินค้า
→ จำนวน
→ พนักงานหยิบสินค้า
→ เสร็จ
→ คำสั่งถัดไป
แทนที่จะต้องอ่านหน้าจอซ้ำ ๆ พนักงานรับข้อมูลผ่านเสียง และเหลือความสนใจไว้ให้ชั้นวาง กล่อง และตัวสินค้ามากขึ้น
จุดนี้เองที่ การหยิบสินค้าด้วยเสียง มีประโยชน์เป็นพิเศษ
อ่านบริบทเพิ่มเติมได้ที่ Voice picking คืออะไร คู่มือสำหรับคลังขนาดเล็กและทีมจัดส่ง
ขั้นที่ 6: บันทึกความคืบหน้าเป็นดิจิทัลตั้งแต่ต้น
จุดอ่อนอีกอย่างของการหยิบสินค้าด้วยกระดาษปรากฏขึ้นหลังงานเสร็จแล้ว
ถ้าพนักงานเขียนการแก้ไข สินค้าขาด หรือจำนวนจริงลงบนกระดาษด้วยลายมือ ก็ยังต้องมีคนคีย์ข้อมูลนั้นเข้าระบบอื่นอยู่ดี
สิ่งนี้ทำให้เกิดงานซ้ำซ้อน การเปลี่ยนแปลงที่ตกหล่น ความผิดพลาดจากการคัดลอก และรายงานที่ล่าช้า
ขั้นตอนแบบดิจิทัลบันทึกความคืบหน้าได้ในขณะที่งานกำลังดำเนินอยู่
รอดำเนินการ
↓
กำลังทำ
↓
เสร็จแล้ว
จำนวนที่หยิบได้จริงและข้อยกเว้นต่าง ๆ ก็บันทึกได้ทันทีในระหว่างทำงาน
บันทึกเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นบัญชีสต็อกที่ซับซ้อน
เพียงบันทึกการทำงานเสร็จแบบดิจิทัลง่าย ๆ ก็จัดการได้ง่ายกว่ากองกระดาษที่เต็มไปด้วยรอยเขียนมาก
คำสั่งซื้อของคุณอยู่ใน Excel อยู่แล้วใช่ไหม ดูว่า SortingGo เปลี่ยนไฟล์นั้นให้เป็นชุดงานที่ทีมปิดได้จากโทรศัพท์อย่างไร
ก่อนและหลัง: ขั้นตอนการหยิบสินค้าแบบดิจิทัลที่เบา
ขั้นตอนแบบกระดาษดั้งเดิม
Excel
↓
พิมพ์
↓
ใบรายการหยิบสินค้าแบบกระดาษ
↓
หยิบสินค้าด้วยมือ
↓
แก้ไขด้วยลายมือ
↓
ประมวลผลด้วยมือภายหลัง
ขั้นตอนดิจิทัลแบบเบา
Excel / CSV
↓
นำเข้าสู่โทรศัพท์
↓
สร้างชุดงาน
↓
การหยิบสินค้า / วางสินค้า
↓
ทำงานตามคำสั่งเสียง
↓
บันทึกการทำงานเสร็จแบบดิจิทัล
↓
ส่งออกผลลัพธ์
ธุรกิจยังคงใช้ขั้นตอน Excel ที่คุ้นเคยไว้ พร้อมกับค่อย ๆ ปรับปรุงการทำงานหน้างาน
อะไรบ้างที่ปรับปรุงได้โดยไม่ต้องมี WMS เต็มรูปแบบ
| หัวข้อ | แบบใช้กระดาษ | แบบดิจิทัลเบา ๆ |
|---|---|---|
| แหล่งคำสั่งซื้อ | Excel | Excel / CSV |
| การนำทางหน้างาน | ใบพิมพ์ | รายการงานบนโทรศัพท์ |
| การจัดระเบียบงาน | ทำด้วยมือ | จัดเป็นชุดงาน |
| วิธีทำงาน | ล็อกอยู่กับเอกสาร | การหยิบสินค้าหรือวางสินค้า |
| ลำดับงาน | ตามลำดับในสเปรดชีต | ปรับลำดับได้ |
| การบอกสินค้า/ตำแหน่ง | อ่านจากกระดาษ | หน้าจอ + เสียง |
| การติดตามความคืบหน้า | ขีดด้วยปากกา | สถานะแบบดิจิทัล |
| ข้อยกเว้น | เขียนด้วยลายมือ | บันทึกขณะทำงาน |
| ผลลัพธ์ | ประมวลผลด้วยมือภายหลัง | ส่งออกข้อมูลดิจิทัล |
สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เครื่องมือหยิบสินค้าแบบเบากลายเป็น WMS แต่มันจัดการปัญหาคนละชั้น นั่นคือ การทำงานจริงหน้างาน
เมื่อไรจึงควรพิจารณา WMS เต็มรูปแบบ
WMS เต็มรูปแบบยิ่งมีคุณค่าเมื่อธุรกิจต้องจัดการ
- ยอดสต็อกแบบเรียลไทม์
- การรับสินค้าและการจัดเก็บเข้าที่
- การเติมสินค้า
- คลังสินค้าหลายแห่ง
- การตรวจสอบย้อนกลับตามล็อต แบตช์ หรือหมายเลขซีเรียล
- วันหมดอายุ
- การจัดการตำแหน่งจัดเก็บที่ซับซ้อน
- การบริหารกำลังคนขั้นสูง
- สิทธิ์ตามบทบาทอย่างละเอียด
- การเชื่อมต่อกับ ERP อย่างลึกซึ้ง
- หรือการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ในระดับใหญ่
เมื่อถึงจุดนั้น การทำงานของคลังก็ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการนำทางพนักงานผ่านงานหยิบสินค้าอีกต่อไป
เมื่อไรที่แนวทางแบบเบาก็เพียงพอแล้ว
แนวทางแบบเบาน่าพิจารณาเมื่อสถานการณ์ของคุณฟังดูประมาณนี้
เรามีข้อมูลคำสั่งซื้อใน Excel อยู่แล้ว เราแค่อยากให้คลังเลิกพึ่งใบรายการหยิบสินค้าที่พิมพ์ออกมา
หรือ
เรายังไม่ต้องการระบบบริหารสต็อกเต็มรูปแบบ เราต้องการวิธีที่ดีกว่าในการนำทางพนักงานผ่านคำสั่งซื้อของวันนี้
ในกรณีแบบนี้ ก้าวแรกไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่
ตัวอย่างแบบเบา: SortingGo
SortingGo ถูกออกแบบมารอบ ๆ ขั้นตอนการทำงานลักษณะนี้
มันไม่ได้ตั้งใจแทนที่ระบบบริหารคลังสินค้าเต็มรูปแบบ แต่มุ่งช่วยให้ทีมเล็ก ๆ เดินจากข้อมูลคำสั่งซื้อไปสู่การทำงานหน้างานโดยมีขั้นตอนคั่นกลางน้อยลง
ขั้นตอนการทำงานทั่วไปของ SortingGo อาจเป็นแบบนี้
นำเข้า Excel / CSV
↓
สร้างชุดงาน
↓
เลือกการหยิบสินค้าหรือวางสินค้า
↓
ทำตามลำดับสินค้า / ลูกค้า
↓
รับคำสั่งด้วยเสียง
↓
ปิดงาน
↓
ส่งออกผลลัพธ์
SortingGo ออกแบบโดยยึดมือถือเป็นหลัก และงานหลักอย่างการหยิบสินค้าและวางสินค้าถูกออกแบบให้ทำงานต่อได้แม้ออฟไลน์
ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการทำงานและแพ็กเกจที่ใช้ พนักงานอาจใช้คำแนะนำบนหน้าจอ เสียงบอกงาน ปุ่มบนหูฟัง และการสั่งงานด้วยเสียงแบบไม่ต้องใช้มือ ดูรายการทั้งหมดได้ที่หน้า ฟีเจอร์ voice picking ของ SortingGo
แนวคิดนั้นเรียบง่าย
เก็บเครื่องมือที่ยังทำงานได้ดีไว้ แล้วปรับปรุงส่วนที่ยังไม่ดี
คุณไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้เป็นดิจิทัลพร้อมกัน
การทำคลังให้เป็นดิจิทัลไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการแบบได้ทั้งหมดหรือไม่ได้เลย
ระยะที่ 1
Excel + กระดาษ
↓
ระยะที่ 2
Excel + หยิบสินค้าผ่านโทรศัพท์
↓
ระยะที่ 3
Excel + ชุดงาน + เส้นทาง
↓
ระยะที่ 4
Excel + หยิบสินค้าด้วยคำสั่งเสียง
↓
ระยะที่ 5
เชื่อมต่อ WMS / ERP
เมื่อความซับซ้อนของการดำเนินงานเรียกร้องจริง ๆ
แต่ละระยะแก้ปัญหาคนละอย่าง และธุรกิจก็หยุดที่ระยะที่ตรงกับความต้องการจริงได้
ส่งท้าย
WMS อาจเป็นการลงทุนที่สำคัญ แต่ก็ไม่ใช่หนทางเดียวในการปรับปรุงการหยิบสินค้าในคลัง
ถ้าคำสั่งซื้ออยู่ใน Excel แล้วแต่คลังยังพึ่งกระดาษอยู่ คุณยังมีช่องว่างที่เล็กกว่ามากอยู่ตรงหน้าซึ่งจัดการได้ก่อน
เริ่มจากการถามว่า
- ข้อมูลคำสั่งซื้อไปถึงพนักงานได้โดยไม่ต้องพิมพ์ออกมาไหม
- งานจัดเป็นชุดที่ชัดเจนได้ไหม
- ลำดับงานปรับให้ตรงกับคลังจริงได้ไหม
- พนักงานรับคำสั่งถัดไปได้โดยไม่ต้องกลับไปอ่านกระดาษไหม
- การทำงานเสร็จและข้อยกเว้นบันทึกเป็นดิจิทัลได้ไหม
สำหรับทีมเล็ก ๆ จำนวนมาก ก้าวแรกสู่การทำคลังให้เป็นดิจิทัลอาจไม่ใช่ WMS
มันอาจเป็นแค่นี้
เก็บ Excel ไว้ เอากระดาษออกจากพื้นที่หยิบสินค้า แล้วค่อยปรับปรุงทีละขั้นตอน
SortingGo คือเครื่องมือหยิบสินค้าและวางสินค้าบนมือถือ สำหรับคลังขนาดเล็ก ร้านอีคอมเมิร์ซ การซื้อรวมกลุ่ม การกระจายสินค้าอาหาร การค้าส่ง และทีมที่อยากปรับปรุงการทำงานหน้างานโดยไม่ต้องเริ่มจาก WMS ที่ซับซ้อน ขั้นตอนของมันหมุนรอบการทำงานที่ใช้ได้จริง เช่น การนำเข้า Excel/CSV การทำงานเป็นชุดงาน การหยิบสินค้า วางสินค้า คำสั่งเสียง การจัดเส้นทาง และบันทึกการทำงานเสร็จแบบดิจิทัล